Blythe The Doll เราจะเล่นตุ๊กตาแล้ว!!
posted on 30 Aug 2007 21:16 by anlegyเมื่อวันอังคาร แว่บไปรับพัสดุปริศนาชิ้นนึงกลับมาจากเสาวรีย์
พร้อมกับอ้อน....
.
.
.
ให้ทายว่ามันคืออะไร อิ อิ อิ
.
.
.
.
.
.
(จริงๆอ่านเอาจากหน้ากล่อง ทุกคนคงรู้แว้ว 55555)
.
.
.
.
.
.


มันคือ ตุ๊กตา Blythe นั่นเองงงงงงง !!!
เห็นหลายๆคนมีตุ๊กตา ชิๆๆๆ (เล่น DOD สนุกกันชิมิๆ) อีคุณโรก็อิจฉา------
แต่ว่าก็ไม่ได้อยากเล่น DOD .....สิ่งที่เราสนใจมากกว่า คือ เจ้าตุ๊กตาสาวน้อยตาโต
ตัวนี้มากกว่า >_< เลยนั่งขุดๆเน็ตอยู่พักนึง แล้วก็เลยโฉบเอาเงินเก็บไปซื้อมา
กร๊าสสสส (และแล้วการถอยเพลย์3 ก็จะชะลอลงไปอีก 55555)
ตอนแรกจะซื้อรุ่น Pima Dolly Ashley แต่ไปๆมาๆ เจ้ารุ่น My best friend
ดันราคาแพงกว่ากันไม่มาก ก็เลยซื้อรุ่นนี้ซะเลย >_<เห็นแปะหน้ากล่องนั่นไม่ใช่ของก๊อปน่อ
ข้างในจากยุ่น จุ๊บๆ มีรหัสสินค้าเรียบร้อย
ตัวที่ซื้อเป็นรุ่น Neo Blythe ความสูงเลยปาเข้าไป 11 นิ้วกว่าๆ ใหญ่กว่าเจ้าตัวเล็ก
Petite Blythe ตัวนั้นจะประมาณ 4 นิ้ได้ฮ้า (ขอเล่นตัวใหญ่เลยแล้วกัน อยากแต่งตัวๆ)
++++++++++++++++++++++++++++++
อะไรคือน้องตุ๊กตา Blythe ?
++++++++++++++++++++++++++++++
(เครดิตจาก www.blythethailand.com )
Blythe อ่านออกเสียงว่า Blahyth หรือ Blind (บลายธ์) เธอคือตุ๊กตาวินเทจ
เจ้าเสน่ห์ที่ถูกออกแบบขึ้นในปี 1972 โดยโรงงานผลิตของเล่นในสหรัฐ ฯ นามว่า
Kenner ภายใต้ concept ที่อยากสร้างเอกลักษณ์ ความแตกต่างให้เกิดขึ้นกับตุ๊กตา
ดังนั้นโมเดลตุ๊กตาทั้ง 4 แบบ ชื่อ Blythe , Karess , Willow และ Skye จึงถูกคิดค้น
ขึ้นมา หลังจากนั้น Kenner ได้ว่าจ้างดีไซเนอร์นักออกแบบของเล่นอย่าง Allison
Katzman จาก Marvin Glass & Associates หนึ่งในสตูดิโอออกแบบของเล่นที่สำคัญ
และมีชื่อเสียงที่สุดในโลกให้ดีไซน์ปลุกปั้นตุ๊กตา Blythe ฉบับออริจินัลขึ้น แล้วนับแต่นั้นมา
เด็กๆทั้งหลายก็ได้รู้จักกับของเล่นชิ้นใหม่ชิ้นนี้
Blythe by Kenner
ปี 1972 Blythe ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับทรงผมยอดฮิตในยุค 70s ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด
4 สี 4 แบบ พร้อมด้วยแฟชั่นเครื่องแต่งกายสไตล์วินเทจที่มีให้ Mix & Match กว่า 12 ชุด
ส่วนรูปลักษณ์ภายนอกนั้น ถูกออกแบบขึ้นมาอย่างโดนเด่น ด้วยดวงตากลมโตที่สามารภเปลี่ยน
สีได้ 4 สีทั้ง เขียว ชมพู ส้ม และน้ำเงิน เพียงแค่ดึงห่วงที่อยู่หลังศีรษะ แต่กลับทำให้มันกลาย
เป็นตุ๊กตาตัวแรกของโลกที่เด็กๆพากันหวาดกลัว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Blythe ไม่เป็นที่นิยม
จนมีเหตุให้ต้องปิดตัวลงหลังจากที่ออกวางขายในตลาดได้แค่เพียง 1 ปีเท่านั้น

Gina Garan
30 ปี ต่อมา จากตุ๊กตาเด็กเล่นที่ครั้งหนึ่งคือสินค้าเหลือค้างสต๊อก มาบัดนี้มันกลายเป็น
ตุ๊กตาหายากที่ได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากที่เพื่อนสนิท
ของ Gina Garan (โปรดิวเซอร์สาวชาวอเมริกัน ) ได้มอบตุ๊กตา เป็นของขวัญให้
เธอก็ตกหลุมรักมันเข้าอย่างจัง เริ่มพามันเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆเกือบ
ทุกมุมโลก ขณะเดียวกัน เธอก็เริ่มฝึกถ่ายภาพจากกล้อง SLR โดยมี Blythe เป็นนางแบบ
ให้เธอได้บันทึกภาพความประทับใจเก็บไว้กว่า 100 รูป จนถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือรวม
ภาพถ่ายสุดสวย ( Chronicle Books ) ชื่อ This is Blythe รวมถึงหนังสือ
Firecracker Alternative Book ที่ขายได้กว่า 100,000 เล่มในปี 2001
พร้อมกับนิทรรศการแสดงภาพถ่าย ที่ทำให้ชื่อของ Ginas Gallery โด่งดังไปทั่วโลก
รวมภาพประวัติน้อง Blythe กดดูตรงนี้จ้ะ
http://www.blythedoll.com/eng/whats/history/index.cgi?l=e
The Japanese Blythe
หลังจากที่ Hasbro (ผู้สืบทอดกิจการจาก Kenner )ได้มอบลิขสิทธิ์การผลิตตุ๊กตา
ให้กับบริษัท Takara ประเทศญี่ปุ่น Blythe ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่น จากการ
เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา TV ให้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่างParco และเพียง
ชั่วข้ามคืนมันก็กลายเป็นตุ๊กตายอดนิยม ส่งผลให้ราคาประมูล Blythe บนเว็บ eBAY
ดีดตัวพุ่งสูงขึ้นจากเดิม 35$ เป็น 350$ ทันที รวมถึง Neo-Blythe บนเว็บประมูล
ของ Yahoo ก็ขายหมดเกลี้ยงสต๊อกถึง 4 ครั้งด้วยกัน แต่ตัวที่มีราคาแพงและหายาก
ที่สุดก็คือ Blythe คอลเลกชั่นวินเทจ ซึ่งสนนราคาอยู่ที่ตัวละ 1,000 เหรียญสหรัฐ
หรือ PARCO Holiday TVCF campaign airs !! CWC
Limited Edition : PARCO Limited, June 2001
กระแส Blythe fever ไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงง่ายๆ เพราะหลังจากที่ Gina กับ
Junko Wong (โปรดิวเซอร์ชาวญี่ปุ่น ) ได้ร่วมมือกันจัดนิทรรศการต่างๆที่เกียวกับ
Blythe ขึ้น ก็ได้รับความสนใจจากคนในแวดวงแฟชั่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะงาน
Annual Blythe Charity Fashion Show ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ภายใน
งานได้มีการระดมพลสุดยอดดีไซเนอร์ฝีมือดีของห้องเสื้อแบรนด์เนมชื่อดังจากทุก
มุมโลกอย่าง John Galliano , Prada , Gucci , Vivienne Westwood
, Issey Miyake , Versace , Sonia Rykiel ฯลฯ มาร่วมกันออกแบบเสื้อผ้าตัวจิ๋ว
ให้กับเหล่านางแบบ Blythe ได้สวมเดินเฉิดฉายอยู่บนแคตวอล์กกลางกรุงโตเกียว
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
+ Zoom pictures by Click @ Photo
และในปี 2001 Takara ได้รับหน้าที่แปลงโฉม Blythe ให้ดูโดนเด่นขึ้น
ด้วยขนาดตัว 11 นิ้ว พร้อมกับชื่อใหม่ว่า Neo Blythe และนับแต่นั้นมา
ก็มีคอลเลกชั่นต่างๆของ Neo Blythes เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Blythe
ตัวแรก Parco Limited Edition (1,000 ตัว) ที่ขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึง
ชั่วโมง ตามมาด้วยคอลเลกชั่น Mondrian, Rosie Red, Holly Wood,
All Gold in One, Kozy Kape inspired, Aztec Arrival inspired,
Sunday Best และ Miss Anniversary Blythe ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นพิเศษ
ที่ทำขึ้นเพื่อเป็นการฉลองวันเกิดครบรอบ 1 ปี Neo Blythes พร้อมเซอร์ไพรส์
เหล่านักสะสมตุ๊กตาทั้งหลายด้วยการเปิดตัว Blythe สายพันธ์ใหม่นามว่า
Petite Blythe ด้วยขนาดตัวที่เล็กกะทัดรัดเพียง 4 1/2 นิ้ว แม้ว่าจะมีสีตาให้
เลือกเพียงสีเดียว แต่มันสามารถขยับเปลือกตาขึ้น-ลงได ้พร้อมๆกับการดัด
บอดี้ส่วนต่างๆให้ดูมี Movement เพิ่มมากขึ้น ซึ่งคอลเลกชั่นที่ถือว่าโดดเด่น
และได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ Perfect Petite Series Blythe Dolls
ที่ประกอบไปด้วย Asian Butterfly, Paisley Star และ Cosmo
Afternoon ปิดท้ายด้วยการเปิดตัว Blythe Belle ตุ๊กตาพีวีซีที่จำลอง และ
ย่อส่วนขนาดของ Blythe ให้เหลือเพียงแค่ 3 นิ้วเท่านั้น
Blythe Bodies
BL: ในช่วงปี 2001-2002 Neo Blythe ได้ผลิตออกมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่
เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นตุ๊กตาที่มีอิทธิผลต่อแวดวงแฟชั่น ด้วยบอดี้
แบบตุ๊กตา Licca ตุ๊กตา 6 ตัวแรกที่ปฏิวัติตุ๊กตารูปแบบเดิมๆ ด้วยลูกตาที่มีความ
แวววาว และพื้นผิวหน้าที่อ่อนนุ่ม หลังจากนั้นก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบตา พร้อมกับ
แต่งแปลือกตาให้มีความกระจ่างชัดเจนขึ้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนสีผิวหน้าให้
มันวาวขึ้นด้วย
EBL ( Excellent ): ในปี 2003 Takara เฉลิมฉลองวันครบรอบ 1 ปีแรก
ของ Blythe ด้วยการเปิดตัว Excellent Blythe ที่มีรูปแบบใกล้เคียงกับต้นแบบเดิม
ของ Kenner จะต่างกันก็ตรงวัสดุ ยกตัวอย่างเช่น รุ่น Cinnamon Girl ที่ผลิตขึ้น
จากพลาสติกและยางสีเข้ม มีความโปร่งใสมันวาว จนมาถึงรุ่น Fruit Punch และ
พลาสติกที่ใช้ทำลูกตาจะเป็นโทนสีสว่างขึ้น (หลังจากที่หยุดผลิต EBL Dolls
Takara ก็ได้ปล่อยตุ๊กตา Blythe รุ่นใหม่คือ Margaret Meets Ladybug
และ Samedi Marche ออกมาตีตลาดของเล่นอีกอย่างต่อเนื่อง)
SBL ( Superior ): ในปี 2004 - ปัจจุบัน SBL ยังคงอิง Blythe ต้นแบบ
ดั้งเดิมของ Kenner( 1972 ) มากที่สุด แต่รูปแบบนั้นเปลี่ยนใหม่หมด เริ่มจาก
การยกเครื่องเปลี่ยนตั้งแต่ใบหน้า ไปจนถึงโครงสร้างภายใน ไม่ว่าจะเป็นลูกตาที่มี
ความแวววาวขึ้น รวมถึงชิ้นส่วนต่างๆที่ประกอบอยู่ด้านหลังก็ถูกทำให้ดูสมูทขึ้น
พร้อมกับเพิ่มชิ้นส่วนใหม่บริเวณหนังศีรษะเพื่อเพิ่มน้ำหนักและความทนทานมากขึ้นด้วย
RBL ( Radiance ):: ในปี 2006 Radiance Blythe ถูกผลิตขึ้นมาตีตลาด
อีกครั้ง ภายใต้บอดี้ที่เหมือนกับ SBL และ EBL แต่แตกต่างกันที่ตรงส่วนโค้งของ
เปลือกตาที่ดูลึกและมีมิติขึ้น เช่นรุ่น Darling Diva , Last Kis
และ Star Dancer
.
++++++++++++++++++++++++++++++
จริงๆแล้วปลื้มที่ตาโตน่ารัก แล้วก็เปลี่ยนสีได้ 4 แบบนี่แหละ 5555
พวกเสื้อผ้ากะวิก แล้วก็รองเท้าของ Blythe นี่ก็มีเหมือนพวกตุ๊กตาตัวโตๆเลยนะ >_<
เมื่อวานนี้ว่างๆ เลยแอบเอาตุ๊กตามาถ่ายรูป ง๊ากกกกกก



นั่งจัดสตูดิโอเล่น ไปๆมาๆ ล่อเข้าไปเที่ยงคืน 5555
เด๋วไว้จะขุดๆเศษผ้าที่เหลือจากชุดคอสมานั่งเย็บชุดตุ๊กตาต่อ รอบก่อนๆมีลูกไม้เหลือ
เพียบเลยงือออออ แล้วก็อยากให้ถึงวันหยุดเร็วๆจัง จะได้พาน้องไปเที่ยวไปถ่ายรูป
อ่อ ลืมบอกไปว่าสาวน้อยคนนี้ชื่อ Delande นะจ้ะ อิๆๆ
ปล.วันเสาร์นี้เจอกันน่อ >_<
ปล.2 Persona 3 ตอนนี้เพิ่งเข้าเดือน 6 เองงงง ช่วยด้วยยยย





ได้รู้ว่า อ้อ มันมาอย่างนี้นี่เอง กรี๊ซๆ

ข้อมูลปึ้กจริงๆนะคะ *หัวเราะ*
เราเองก็มีตุ๊กตาค่ะ แต่เป็นตุ๊กตาหมี(ฮ่าๆๆ)
ส่วนตัวแล้วกลัวตุ๊กตารูปคนแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆแล้วค่ะ สวยแค่ไหนก็ถอย - -
#1 By Nagi on 2007-08-30 21:24